จูฬโสดาบัน ๑ ( กัลยาณปุถุชนผู้แทงตลอดลำดับแห่งนามรูปปริเฉทญาณ ที่ ๑ ถึง
ลำดับโคตรภูญาณที่ ๑๓ ตามสมควร)
มหาโสดาบัน ๑ ( อริยบุคคลผู้แทงตลอดในลำดับแห่งญาณ ๑๖ โดยสมบูรณ์ )
ในบรรดาโสดาบันบุคคลทั้ง ๒ ประเภทนี้
๑. จูฬโสดาบันย่อมปิดอบายภูมิไว้ได้ ๑ ชาติบ้าง ๒ ชาติบ้าง ๓ ชาติบ้าง ตามสมควรแก่
กำลังแห่งอินทรีย์ ๕ ของแต่ละบุคคล
กล่าวคือ
จูฬโสดาบัน ผู้มีสัทธินทรีย์แก่กล้าย่อมปิดอบายภูมิไว้ได้อย่างน้อย ๑ ชาติ เป็นเบื้องต้น
จูฬโสดาบัน ผู้มีวิริยินทรีย์แก่กล้าย่อมปิดอบายภูมิไว้ได้มากชาติกว่า สัทธิทรีย์ !
จูฬโสดาบัน ผู้มีสตินทรีย์แก่กล้าย่อมปิดอบายภูมิไว้ได้มากชาติกว่า วิริยินทรีย์ !
จูฬโสดาบัน ผู้มีสมาธินทรีย์แก่กล้าย่อมปิดอบายภูมิไว้ได้มากชาติกว่า สตินทรีย์ !
จูฬโสดาบัน ผู้มีปัญญินทรีย์แก่กล้าย่อมปิดอบายภูมิไว้ได้มากชาติกว่า สมาธิทรีย์ !
๒. มหาโสดาบันย่อมปิดอบายภูมิได้โดยเด็ดขาด กล่าวคือ ไม่หวนกลับไปบังเกิด
ใน อบาย ( เดรัจฉาน ) , ทุคติ ( เปรต ) , วินิบาต ( อสุรกาย ) , นิรยะ ( นรก )
เหตุนี้ มหาโสดาบันจึงได้นามว่า "ผู้ข้ามโคตรแล้ว" เพราะ ย่อมไม่หวนกลับไป
สู่ " เหฏฐิมสงสาร " อันเป็นสงสารเบื้องต่ำของภูมิปุถุชนอีกต่อไป
จากพระอภิธัมมัตถสังคหะ ปริเฉทที่ ๑ อภิธรรมมูลนิธิ
พระโสดาบันจำแนกได้ ๓ พวก
๑. เอกพิชีโสดาบัน เป็นพระโสดาบันที่มีพืชกำเนิดอีกเพียงหนึ่งคือ พระโสดาบันผู้นั้นจะต้องปฏิสนธิเป็นมนุษย์หรือเทวดาอีกชาติเดียวก็บรรลุอรหัตตผล
๒.โกลังโกลโสดาบัน คือพระโสดาบันผู้ต้องปฏิสนธิเป็นมนุษย์หรือเทวดาอีก ในระหว่าง ๒ ถึง ๖ ชาติ จึงจะบรรลุอรหัตตผล
๓.สัตตักขัตตุปรมโสดาบัน คือพระโสดาบันผู้ต้องปฏิสนธิอีกถึง ๗ ชาติ จึงจะบรรลุอรหัตตผล
ที่แตกต่างกันเช่นนี้ เป็นเพราะอินทรียแก่กล้าไม่เท่ากัน จึงทำให้ความมุ่งมั่นในการบรรลุอรหัตตมัคคอรหัตตผลใช้เวลานานไม่เท่ากันไปด้วย แต่อย่างไรก็ดีพระโสดาบันก็ไม่ต้องปฏิสนธิในชาติที่ ๘ เพราะแม้จะเป็นผู้เพลิดเพลินมีความประมาทอยู่บ้าง ก็ต้องบรรลุอรหัตตผลในชาติที่ ๗ แน่นอน
แต่ยังมีพระอริยโสดาบันอีกประเภทหนึ่ง ที่ไม่นับรวมอยู่ในพระอริยโสดาบัน ๓ ประเภทที่กล่าวมานั้น
พระอริยโสดาบันประเภทนี้เรียกว่า “ วัฏฏาภิรตโสดาบัน “ เป็นอริยโสดาบันที่มีอัธยาศัยยังยินดีพอใจในวัฏฏะ
ปรารถนาที่จะเที่ยวปฏิสนธิไปในเทวโลกทั้ง ๖ ชั้นตลอดไปจนถึง อกนิฏฐภพ ดังปรากฏในบุคคลบัญญัติอรรถกถาว่า
ยังมีพระโสดาบันบางจำพวกมีอัธยาศัยยินดีพอใจในวัฏฏะท่องเที่ยวไปปรากฏในวัฏฏะบ่อยๆ ชนเหล่านั้นคือ อนาถบิณฑิกเศรษฐี วิสาขาอุบาสิกา จูฬรัตถเทพบุตร มหารัตถเทพบุตร อเนกวรรณเทพบุตร ท้าวสักกเทวราช นาคทัตตเทพบุตร ท่านเหล่านี้ ยังมีอัธยาศัยยินดีพอใจในวัฏฏะ กระทำเทวโลกทั้ง ๖ ให้หมดจด ตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว ก็จะดำรงอยู่ใน อกนิฏฐภพ จึงจะปรินิพพาน พระโสดาบันเหล่านี้ ท่านไม่ประมวลเข้าในสัตตักขัตตุปรมโสดาบัน
(พระอภิธัมมัตถสังคหะ ปริเฉทที่ ๑ ตอนที่ ๒ จิตปรมัตถ์ หน้า ๘๕ ของอภิธรรมมูลนิธิ)
....................................................
สรุป
จูฬโสดาบัน คือ กัลยาณปุถุชนผู้แทงตลอดลำดับแห่งนามรูปปริเฉทญาณ ที่ ๑ ถึง ลำดับโคตรภูญาณที่ ๑๓ ตามสมควร
(ยังไม่เป็น อริยบุคคล ปิดอบายภูมิไม่ได้อย่างถาวร)
วัฏฏาภิรตโสดาบัน เป็นอริยโสดาบันที่มีอัธยาศัยยังยินดีพอใจในวัฏฏะ (เป็นพระอริยบุคคล ปิดอบายภูมิได้ ) เช่น อนาถบิณฑิกเศรษฐี วิสาขาอุบาสิกา จูฬรัตถเทพบุตร มหารัตถเทพบุตร อเนกวรรณเทพบุตร ท้าวสักกเทวราช นาคทัตตเทพบุตร
.....................................................
ภพภูมิเป็นเรื่องของวิบากหรือผลของกรรมที่จะพาให้ผู้นั้นไปเกิดเป็นอะไรต่างๆ "
ในพระพุทธศาสนา เรียกว่า " ฐานภูมิ " ( อ่านว่า ฐา - นะ - ภูมิ ) ครับ !
"...ภูมิจิตภูมิธรรม เป็นคุณลักษณะของจิต "
ในพระพุทธศาสนา เรียกว่า " อาวัตฐานภูมิ " ( อ่านว่า อา-วัต - ฐา - นะ - ภูมิ )
Tuesday, January 1, 2008
Saturday, December 29, 2007
เมื่อผมถูกด่า...
เคยมีพราหมณ์คนหนึ่งด่าว่าพระพุทธเจ้าอย่างหยาบคาย รุนแรง พระพุทธเจ้ารับฟังด้วยอาการสงบ ไม่โต้ตอบเลยแม้สักคำเดียว จนพราหมณ์ด่าว่าจบ(ไม่รู้ว่าเพราะหมดแรงซะก่อนหรือเปล่า) พระพุทธเจ้าจึงกล่าวถามพราหมณ์ว่า "พราหมณ์ ถ้ามีแขกมาบ้านท่าน ท่านก็ต้อนรับด้วยอาหารคาว-หวาน แต่แขกที่มานั้นไม่กินอาหารที่ท่านนำมาต้อนรับเลย แล้วกลับไป อาหารนั้นจะเป็นของใคร" พราหมณ์ตอบว่า "ก็เป็นของข้าผู้เป็นเจ้าของบ้านน่ะซิ" พระพุทธเจ้าจึงบอกแก่พราหมณ์ว่า "ก็เหมือนกันพราหมณ์ สิ่งที่ท่านต้อนรับเราด้วยคำด่าว่าทั้งหลายนี้ เราไม่ขอรับ" พราหมณ์เกิดสำนึกผิด ที่กล่าวด่าว่าต่อผู้ที่มีคุณธรรมสูง ควรที่จะให้ความเคารพนับถือ จึงก้มลงกราบพระพุทธเจ้าอย่างนอบน้อม

คำด่า ดีอย่างไร สำหรับผู้ปฏิบัติธรรม และมีโยโสมนสิการ
1. ทดสอบตนเอง
พิจารณาดูว่า ขณะเราถูกด่า เกิดการกระทบ เรายังมีอาสวะคือ ความโกรธ หรือไม่
บางคนหลงคิดว่าเราไปถึงขั้นไหนๆแล้ว
นั่งสมาธินิ่งจิตสงบเหลือเกิน
นึกว่าตนเอง ไม่มีราคะ โทสะ โมหะ
เจอคนด่าปัง เกิดโมโหขึ้นมาปั๊บ
แสดงว่า ยังต้องปรับปรุง
พิจารณารู้ตัวว่าตนมีอาการอย่างไร โมโหอย่างไร
เริ่มโมโหตรงไหน และตรงไหนที่ทำให้อารมณ์ตนเองคุคั่งไม่เลิก
หรือถ้าตั้งสตินึกได้เร็ว หรือเห็นแล้วว่าลดทอนเบากว่าเดิม
ก็ถือเสียว่าก้าวหน้าขึ้นบ้าง แต่ก็ต้องปรับปรุงต่อไป
2. พิจารณาตนเอง
ได้ถือโอกาสตรวจดูว่า เรามีพฤติกรรมอะไรควรปรับปรุง
มีอาการอย่างไรจากการบริภาษ เหล่านั้น
บางอย่างในยามปกติเราไม่เคยมีอาการ
แต่พอมีอะไรสะกิดให้อารมณ์ฟุ้งขึ้นมาได้
เราก็ได้เห็นตัวเรา ธรรมชาติของตัวเรามากขึ้น
ยิ่งสังเกตมากยิ่งรู้จักตัวเองตามสภาพความเป็นจริง
ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในทางธรรม
ได้รู้ว่าละอะไรได้บ้าง ละอะไรไม่ได้บ้าง
3. รู้ผู้อื่น
พิจารณาที่เขา บริภาษ เราอยู่นั้น จะได้เห็นว่าเขามีภูมิจิตภูมิธรรมอย่างไร
ยิ่งพิจารณาให้ดีจะมีประโยชน์ยิ่ง
บางครั้งถ้าตั้งจิตพิจารณาดีดีจะรู้สึกสงสารเขา
คนเราบางทีมีโอกาสไม่เท่ากัน ยิ่งเห็นภูมิจิตภูมิธรรมของคน
จะยิ่งรู้สึกว่าเราโชคดีนักที่ได้พิจารณาเห็นธรรมที่เขาไม่เห็น
ยิ่งสังเวชโลก ยิ่งตั้งใจปฏิบัติธรรม
4. มีพุทธพจน์ ทรงตรัสสอนไว้ว่า..
น เต อหํ อานนฺท ตถา ปรกฺกมิสฺสามิ
อานนท์ เราจักไม่พยายามทำกะพวกเธอ อย่างทะนุถนอม
ยถา กุมฺภกาโร อามเก อามกมตฺเต
เหมือนพวกช่างหม้อ ทำแก่หม้อ ที่ยังเปียก ยังดิบอยู่
นิคฺคยฺหนิคฺคยฺหาหํ อานนฺท วกขามิ
อานนท์ เราจักขนาบแล้ว ขนาบอีก ไม่มีหยุด
ปวยฺหปวยฺหาหํ อานนฺท วกฺขามิ
อานนท์ เราจักชี้โทษแล้ว ชี้โทษอีก ไม่มีหยุด
โย สาโร, โส ฐสฺสติ
ผู้ใดมีมรรคผลแก่นสาร ผู้นั้นจักทนอยู่ได้ (ม. อุ. 14/356)
นิธีนํว ปวตฺตารํ ยํ ปสฺเส วชฺชทสฺสินํ
นิคฺคยฺหวาทึ เมธาวึ ตาทิสํ ปณฺฑิตํ ภเช
คนเรา ควรมองผู้มีปัญญาใดๆ ที่คอยชี้โทษ คอยกล่าว
คำขนาบอยู่เสมอไป ว่าคนนั้นแหละ คือผู้ชี้ขุมทรัพย์,
ควรคบบัณฑิตที่เป็นเช่นนั้น
ตาทิสํ ภชมานสฺส เสยฺโย โหติ น ปาปิโย
เมื่อคบหากับบัณฑิตชนิดนั้นอยู่ ย่อมมีแต่ดีท่าเดียว ไม่มีเลวเลย. (ขุ. ธ. 25/16 )
5. อย่าลืมน้อมตัวอย่างของพระพุทธเจ้า ที่นำมากล่าวข้างต้น
หลังจากนี้ เราจะฟังคำด่าด้วยโยนิโสมนสิการ และรู้สึกเหมือนเข้าสนามทดสอบรถฟอร์มูล่าวัน
เจริญในธรรมครับ
คำด่า ดีอย่างไร สำหรับผู้ปฏิบัติธรรม และมีโยโสมนสิการ
1. ทดสอบตนเอง
พิจารณาดูว่า ขณะเราถูกด่า เกิดการกระทบ เรายังมีอาสวะคือ ความโกรธ หรือไม่
บางคนหลงคิดว่าเราไปถึงขั้นไหนๆแล้ว
นั่งสมาธินิ่งจิตสงบเหลือเกิน
นึกว่าตนเอง ไม่มีราคะ โทสะ โมหะ
เจอคนด่าปัง เกิดโมโหขึ้นมาปั๊บ
แสดงว่า ยังต้องปรับปรุง
พิจารณารู้ตัวว่าตนมีอาการอย่างไร โมโหอย่างไร
เริ่มโมโหตรงไหน และตรงไหนที่ทำให้อารมณ์ตนเองคุคั่งไม่เลิก
หรือถ้าตั้งสตินึกได้เร็ว หรือเห็นแล้วว่าลดทอนเบากว่าเดิม
ก็ถือเสียว่าก้าวหน้าขึ้นบ้าง แต่ก็ต้องปรับปรุงต่อไป
2. พิจารณาตนเอง
ได้ถือโอกาสตรวจดูว่า เรามีพฤติกรรมอะไรควรปรับปรุง
มีอาการอย่างไรจากการบริภาษ เหล่านั้น
บางอย่างในยามปกติเราไม่เคยมีอาการ
แต่พอมีอะไรสะกิดให้อารมณ์ฟุ้งขึ้นมาได้
เราก็ได้เห็นตัวเรา ธรรมชาติของตัวเรามากขึ้น
ยิ่งสังเกตมากยิ่งรู้จักตัวเองตามสภาพความเป็นจริง
ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในทางธรรม
ได้รู้ว่าละอะไรได้บ้าง ละอะไรไม่ได้บ้าง
3. รู้ผู้อื่น
พิจารณาที่เขา บริภาษ เราอยู่นั้น จะได้เห็นว่าเขามีภูมิจิตภูมิธรรมอย่างไร
ยิ่งพิจารณาให้ดีจะมีประโยชน์ยิ่ง
บางครั้งถ้าตั้งจิตพิจารณาดีดีจะรู้สึกสงสารเขา
คนเราบางทีมีโอกาสไม่เท่ากัน ยิ่งเห็นภูมิจิตภูมิธรรมของคน
จะยิ่งรู้สึกว่าเราโชคดีนักที่ได้พิจารณาเห็นธรรมที่เขาไม่เห็น
ยิ่งสังเวชโลก ยิ่งตั้งใจปฏิบัติธรรม
4. มีพุทธพจน์ ทรงตรัสสอนไว้ว่า..
น เต อหํ อานนฺท ตถา ปรกฺกมิสฺสามิ
อานนท์ เราจักไม่พยายามทำกะพวกเธอ อย่างทะนุถนอม
ยถา กุมฺภกาโร อามเก อามกมตฺเต
เหมือนพวกช่างหม้อ ทำแก่หม้อ ที่ยังเปียก ยังดิบอยู่
นิคฺคยฺหนิคฺคยฺหาหํ อานนฺท วกขามิ
อานนท์ เราจักขนาบแล้ว ขนาบอีก ไม่มีหยุด
ปวยฺหปวยฺหาหํ อานนฺท วกฺขามิ
อานนท์ เราจักชี้โทษแล้ว ชี้โทษอีก ไม่มีหยุด
โย สาโร, โส ฐสฺสติ
ผู้ใดมีมรรคผลแก่นสาร ผู้นั้นจักทนอยู่ได้ (ม. อุ. 14/356)
นิธีนํว ปวตฺตารํ ยํ ปสฺเส วชฺชทสฺสินํ
นิคฺคยฺหวาทึ เมธาวึ ตาทิสํ ปณฺฑิตํ ภเช
คนเรา ควรมองผู้มีปัญญาใดๆ ที่คอยชี้โทษ คอยกล่าว
คำขนาบอยู่เสมอไป ว่าคนนั้นแหละ คือผู้ชี้ขุมทรัพย์,
ควรคบบัณฑิตที่เป็นเช่นนั้น
ตาทิสํ ภชมานสฺส เสยฺโย โหติ น ปาปิโย
เมื่อคบหากับบัณฑิตชนิดนั้นอยู่ ย่อมมีแต่ดีท่าเดียว ไม่มีเลวเลย. (ขุ. ธ. 25/16 )
5. อย่าลืมน้อมตัวอย่างของพระพุทธเจ้า ที่นำมากล่าวข้างต้น
หลังจากนี้ เราจะฟังคำด่าด้วยโยนิโสมนสิการ และรู้สึกเหมือนเข้าสนามทดสอบรถฟอร์มูล่าวัน
เจริญในธรรมครับ
Thursday, December 13, 2007
อุปมาขันธ์
เผณปิณฑสูตร (ว่าด้วยอุปมาขันธ์ ๕) <<<
[๒๔๒] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำคงคาใกล้อยุชฌบุรี.
ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาแล้วตรัสว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่น้ำคงคานี้ พึงนำกลุ่มฟองน้ำใหญ่มา
บุรุษผู้มีจักษุพึงเห็น เพ่ง พิจารณากลุ่มฟองน้ำใหญ่นั้น โดยแยบคาย
เมื่อบุรุษนั้นเห็น เพ่ง พิจารณาอยู่โดยแยบคาย
กลุ่มฟองน้ำนั้น พึงปรากฏเป็นของว่างเปล่าหาสาระมิได้เลย
สาระในกลุ่มฟองน้ำ พึงมีได้อย่างไร แม้ฉันใด.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
รูปอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน ฯลฯ อยู่ในที่ไกลหรือในที่ใกล้
ภิกษุย่อมเห็นเพ่ง พิจารณารูปนั้นโดยแยบคาย เมื่อภิกษุนั้นเห็น เพ่ง พิจารณาอยู่โดยแยบคาย
รูปนั้นย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาสาระมิได้
สาระในรูปพึงมีได้อย่างไร ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๒๔๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อฝนเมล็ดหยาบตกอยู่ในสรทสมัย
ฟองน้ำในน้ำ ย่อมบังเกิดขึ้นและดับไป
บุรุษผู้มีจักษุ พึงเห็น เพ่ง พิจารณาฟองน้ำนั้นโดยแยบคาย
เมื่อบุรุษนั้นเห็น เพ่ง พิจารณาอยู่โดยแยบคาย
ฟองน้ำนั้น พึงปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาสาระมิได้เลย
สาระในฟองน้ำนั้นพึงมีได้อย่างไร แม้ฉันใด.
เวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต อนาคตและปัจจุบัน ฯลฯ อยู่ในที่ไกลหรือในที่ใกล้
ภิกษุย่อมเห็น เพ่ง พิจารณาเวทนานั้นอยู่โดยแยบคาย เมื่อภิกษุนั้นเห็น เพ่ง พิจารณาอยู่โดยแยบคาย
เวทนานั้นย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาสาระมิได้
สาระในเวทนาพึงมีได้อย่างไร ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๒๔๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อเดือนสุดท้ายแห่งฤดูร้อนยังอยู่
พยับแดด ย่อมเต้นระยิบระยับในเวลาเที่ยง
บุรุษผู้มีจักษุพึงเห็น เพ่ง พิจารณา พยับแดดนั้นโดยแยบคาย
เมื่อบุรุษนั้นเห็น เพ่ง พิจารณาอยู่โดยแยบคาย
พยับแดดนั้น พึงปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาสาระมิได้เลย
สาระในพยับแดดพึงมีได้อย่างไร แม้ฉันใด.
สัญญาอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต อนาคตและปัจจุบัน ฯลฯ อยู่ในที่ไกลหรือในที่ใกล้
ภิกษุย่อมเห็น เพ่ง พิจารณาสัญญานั้นอยู่โดยแยบคาย เมื่อภิกษุนั้นเห็น เพ่ง พิจารณาอยู่โดยแยบคาย
สัญญานั้นย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาสาระมิได้
สาระในสัญญาพึงมีได้อย่างไร ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๒๔๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุรุษผู้มีความต้องการด้วยไม้แก่น
เสาะหาไม้แก่น เที่ยวแสวงหาไม้แก่นอยู่ ถือเอาจอบอันคม พึงเข้าไปสู่ป่า
บุรุษนั้นพึงเห็นต้นกล้วยใหญ่ ตรง ใหม่ยังไม่เกิดแก่นในป่านั้น
พึงตัดโคนต้นกล้วยนั้นแล้วจึงตัดปลาย แล้วจึงปอกกาบใบออก
บุรุษนั้นปอกกาบใบออก ไม่พึงได้แม้กระพี้ในต้นกล้วยใหญ่นั้น จะพึงได้แก่นแต่ที่ไหน
บุรุษผู้มีจักษุพึงเห็น เพ่ง พิจารณาอยู่โดยแยบคาย ซึ่งต้นกล้วยใหญ่นั้น
เมื่อบุรุษนั้นเห็น เพ่ง พิจารณาอยู่โดยแยบคาย
ต้นกล้วยใหญ่นั้น พึงปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาแก่นมิได้
แก่นในต้นกล้วยพึงมีได้อย่างไร แม้ฉันใด.
สังขารเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน ฯลฯอยู่ในที่ไกลหรือในที่ใกล้
ภิกษุย่อมเห็น เพ่ง พิจารณาสังขารนั้นโดยแยบคาย เมื่อภิกษุนั้นเห็นเพ่ง พิจารณาอยู่โดยแยบคาย
สังขารนั้น ย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาสาระมิได้
สาระในสังขารทั้งหลายพึงมีได้อย่างไร ฉันนั้นเหมือนกันแล.
[๒๔๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย นักเล่นกลหรือลูกมือนักเล่นกล พึงแสดงกลที่หนทางใหญ่สี่แพร่ง
บุรุษผู้จักษุพึงเห็น เพ่ง พิจารณากลนั้นโดยแยบคาย
เมื่อบุรุษนั้นเห็น เพ่ง พิจารณาอยู่โดยแยบคาย
กลนั้น พึงปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาสาระมิได้
สาระในกลพึงมีได้อย่างไร แม้ฉันใด.
วิญญาณอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน ฯลฯ อยู่ในที่ไกลหรือในที่ใกล้
ภิกษุย่อมเห็น เพ่ง พิจารณาอยู่โดยแยบคาย เมื่อภิกษุเห็น เพ่งพิจารณาวิญญาณนั้นโดยแยบคาย
วิญญาณนั้น ย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาสาระมิได้
สาระในวิญญาณพึงมีได้อย่างไร ฉันนั้นเหมือนกันแล.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้สดับแล้วเห็นอยู่อย่างนี้
ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในรูป ทั้งในเวทนา ทั้งในสัญญา ทั้งในสังขาร ทั้งในวิญญาณ
เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัด ย่อมหลุดพ้น
เมื่อหลุดพ้นแล้ว ย่อมมีญาณหยั่งรู้ว่า หลุดพ้นแล้ว รู้ชัดว่า ฯลฯ กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ดังนี้।
.......................................................................................
[๒๔๒] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำคงคาใกล้อยุชฌบุรี.
ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาแล้วตรัสว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่น้ำคงคานี้ พึงนำกลุ่มฟองน้ำใหญ่มา
บุรุษผู้มีจักษุพึงเห็น เพ่ง พิจารณากลุ่มฟองน้ำใหญ่นั้น โดยแยบคาย
เมื่อบุรุษนั้นเห็น เพ่ง พิจารณาอยู่โดยแยบคาย
กลุ่มฟองน้ำนั้น พึงปรากฏเป็นของว่างเปล่าหาสาระมิได้เลย
สาระในกลุ่มฟองน้ำ พึงมีได้อย่างไร แม้ฉันใด.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
รูปอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน ฯลฯ อยู่ในที่ไกลหรือในที่ใกล้
ภิกษุย่อมเห็นเพ่ง พิจารณารูปนั้นโดยแยบคาย เมื่อภิกษุนั้นเห็น เพ่ง พิจารณาอยู่โดยแยบคาย
รูปนั้นย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาสาระมิได้
สาระในรูปพึงมีได้อย่างไร ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๒๔๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อฝนเมล็ดหยาบตกอยู่ในสรทสมัย
ฟองน้ำในน้ำ ย่อมบังเกิดขึ้นและดับไป
บุรุษผู้มีจักษุ พึงเห็น เพ่ง พิจารณาฟองน้ำนั้นโดยแยบคาย
เมื่อบุรุษนั้นเห็น เพ่ง พิจารณาอยู่โดยแยบคาย
ฟองน้ำนั้น พึงปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาสาระมิได้เลย
สาระในฟองน้ำนั้นพึงมีได้อย่างไร แม้ฉันใด.
เวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต อนาคตและปัจจุบัน ฯลฯ อยู่ในที่ไกลหรือในที่ใกล้
ภิกษุย่อมเห็น เพ่ง พิจารณาเวทนานั้นอยู่โดยแยบคาย เมื่อภิกษุนั้นเห็น เพ่ง พิจารณาอยู่โดยแยบคาย
เวทนานั้นย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาสาระมิได้
สาระในเวทนาพึงมีได้อย่างไร ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๒๔๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อเดือนสุดท้ายแห่งฤดูร้อนยังอยู่
พยับแดด ย่อมเต้นระยิบระยับในเวลาเที่ยง
บุรุษผู้มีจักษุพึงเห็น เพ่ง พิจารณา พยับแดดนั้นโดยแยบคาย
เมื่อบุรุษนั้นเห็น เพ่ง พิจารณาอยู่โดยแยบคาย
พยับแดดนั้น พึงปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาสาระมิได้เลย
สาระในพยับแดดพึงมีได้อย่างไร แม้ฉันใด.
สัญญาอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต อนาคตและปัจจุบัน ฯลฯ อยู่ในที่ไกลหรือในที่ใกล้
ภิกษุย่อมเห็น เพ่ง พิจารณาสัญญานั้นอยู่โดยแยบคาย เมื่อภิกษุนั้นเห็น เพ่ง พิจารณาอยู่โดยแยบคาย
สัญญานั้นย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาสาระมิได้
สาระในสัญญาพึงมีได้อย่างไร ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๒๔๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุรุษผู้มีความต้องการด้วยไม้แก่น
เสาะหาไม้แก่น เที่ยวแสวงหาไม้แก่นอยู่ ถือเอาจอบอันคม พึงเข้าไปสู่ป่า
บุรุษนั้นพึงเห็นต้นกล้วยใหญ่ ตรง ใหม่ยังไม่เกิดแก่นในป่านั้น
พึงตัดโคนต้นกล้วยนั้นแล้วจึงตัดปลาย แล้วจึงปอกกาบใบออก
บุรุษนั้นปอกกาบใบออก ไม่พึงได้แม้กระพี้ในต้นกล้วยใหญ่นั้น จะพึงได้แก่นแต่ที่ไหน
บุรุษผู้มีจักษุพึงเห็น เพ่ง พิจารณาอยู่โดยแยบคาย ซึ่งต้นกล้วยใหญ่นั้น
เมื่อบุรุษนั้นเห็น เพ่ง พิจารณาอยู่โดยแยบคาย
ต้นกล้วยใหญ่นั้น พึงปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาแก่นมิได้
แก่นในต้นกล้วยพึงมีได้อย่างไร แม้ฉันใด.
สังขารเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน ฯลฯอยู่ในที่ไกลหรือในที่ใกล้
ภิกษุย่อมเห็น เพ่ง พิจารณาสังขารนั้นโดยแยบคาย เมื่อภิกษุนั้นเห็นเพ่ง พิจารณาอยู่โดยแยบคาย
สังขารนั้น ย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาสาระมิได้
สาระในสังขารทั้งหลายพึงมีได้อย่างไร ฉันนั้นเหมือนกันแล.
[๒๔๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย นักเล่นกลหรือลูกมือนักเล่นกล พึงแสดงกลที่หนทางใหญ่สี่แพร่ง
บุรุษผู้จักษุพึงเห็น เพ่ง พิจารณากลนั้นโดยแยบคาย
เมื่อบุรุษนั้นเห็น เพ่ง พิจารณาอยู่โดยแยบคาย
กลนั้น พึงปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาสาระมิได้
สาระในกลพึงมีได้อย่างไร แม้ฉันใด.
วิญญาณอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน ฯลฯ อยู่ในที่ไกลหรือในที่ใกล้
ภิกษุย่อมเห็น เพ่ง พิจารณาอยู่โดยแยบคาย เมื่อภิกษุเห็น เพ่งพิจารณาวิญญาณนั้นโดยแยบคาย
วิญญาณนั้น ย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาสาระมิได้
สาระในวิญญาณพึงมีได้อย่างไร ฉันนั้นเหมือนกันแล.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้สดับแล้วเห็นอยู่อย่างนี้
ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในรูป ทั้งในเวทนา ทั้งในสัญญา ทั้งในสังขาร ทั้งในวิญญาณ
เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัด ย่อมหลุดพ้น
เมื่อหลุดพ้นแล้ว ย่อมมีญาณหยั่งรู้ว่า หลุดพ้นแล้ว รู้ชัดว่า ฯลฯ กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ดังนี้।
.......................................................................................
Sunday, November 25, 2007
เทคนิคการค้นหาใน google
เทคนิคการค้นหาเพลงใน google
ไปเจอบทความดีๆ เกี่ยวกับการหาเพลงบน google
เลยเก็บมาไว้เผื่อเป็นประโยชน์
ยังไงก็สนับสนุนผลงานของแท้นะครับ
เพื่อเป็นกำลังใจให้ศิลปินเค้าครับ..
(1) “parent directory ” /appz/ -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(2) “parent directory ” DVDRip -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(3) “parent directory “Xvid -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(4) “parent directory ” Gamez -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(5) “parent directory ” MP3 -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(6) “parent directory ” Name of Singer or album -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
หมายเหตุ ให้คุณเปลี่ยน คำที่ตามหลัง parent directory เช่น MP3 Gamez appz DVDRip เป็นสิ่งที่คุณอยากได้ แล้วก็ค้นหา คุณจะพบกับ ความมหัศจรรย์ใน Google
2.วิธีที่สอง พิมพ์คำต่อไปนี้ใน Google
?intitle:index.of? mp3
จากนั้นแค่เพิ่มชื่อ เพลง อัลบั้ม นักร้อง ลงไป เช่น ?intitle:index.of? mp3 myfavoritesongs
3.วิธีที่สาม พิมพ์คำต่อไปนี้ใน Google
inurl:micr0s0f filetype:iso
จากนั้น ก้อเปลี่ยน คำว่า micr0s0f กับคำว่า iso เป็นคำที่คุณต้องการ เช่น inurl:myc0mpany filetype:zip
Topic: การใช้ Google หา Program & MP3
แหล่งอ้างอิง : http://www.projectw.org/viewtopic.php?t=1484
01. ไปที่ www.google.com
02. ในช่องใส่ข้อความให้ใส่แบบตัวอย่าง เช่น หาโปรแกรม Winamp
“parent directory ” Winamp -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
03. กดปุ่มค้นหาแล้วรอเลือกผลลัพธ์ได้เลย
**************
ทีนี้เราจะมาดูกันว่า นอกจากการใช้คำค้นแบบธรรมดาแล้ว เรายังใช้เทคนิคในการค้นหาเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ดีใน Google อย่างไร??
การใช้เครื่องหมายทางคณิตศาสตร์ “+” และ “-”
ยกตัวอย่างเช่น “เนคเทค -คอมพิวเตอร์แห่งชาติ” จะเห็นว่าเราได้ใช้เครื่องหมายลบ “-” หน้าคำว่าคอมพิวเตอร์ ซึ่งกรณีนี้หมายถึง การระบุคำค้นโดยให้ตัดคำที่มีคือคำว่า “คอมพิวเตอร์แห่งชาติ” ออกไปนั่นเอง การแสดงผลลัพธ์จะอยู่ในรูปแบบอื่นที่เกี่ยวเนื่องเฉพาะคำ “เนคเทค” และส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง
หรืออีกกรณี “เนคเทค -คอมพิวเตอร์ +ไวรัส” เราได้เพิ่มคำค้นหา และเครื่องหมาย “+” ไว้หน้าคำว่า “ไวรัส” ก็จะเป็นการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวกับเนทเทคและไวรัส แต่ถ้าหากเราเอาเครื่องหมาย “-” ออกจากหน้าคำ “คอมพิวเตอร์” เป็น “เนคเทค คอมพิวเตอร์ +ไวรัส” เราก็ได้ผลลัพธ์อีกแบบหนึ่ง
ดังนั้นจะเห็นได้ว่า การใช้งานเครื่องหมาย “+” และ “-” ก็ช่วยให้เราได้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และตัดส่วนที่เราไม่ต้องการออกไปได้เช่นกัน
นอกจากนี้เรายังใช้คำต่อไปนี้ช่วยในการค้นหา และเครื่องหมายต่างๆได้เช่นกัน เช่น
คำว่า และ
คำว่า หรือ
คำว่า and
คำว่า or
เครื่องหมายนขลิขิตหรือวงเล็บ ( )
อัญประกาศ ” ”
จุลภาคหรือจุดลูกน้ำ ,
จุดคู่ :
อัฒภาคหรือจุดครึ่ง ;
เครื่องหมายบวก +
เครื่องหมายลบ -
เครื่องหมายคำถามหรือปรัศนี ?
ต่อไปเราจะมาดูถึงการเน้นการค้นหาแบบพิเศษ อาทิการค้นหาเนื้อหาภายในเว็บไซต์ที่เราต้องการ การค้นหาภายในเว็บไซต์นั้น เราสามารถใช้การค้นหาโดยมีการนำเครื่องหมายจุดคู่ ( : ) เข้ามาเกี่ยวข้อง และคำว่า “site” มารวมอยู่
ในที่นี้ของยกตัวอย่าง เช่น เราต้องการค้นหาคำว่า “windows” ในเว็บไซต์ http://www.justuser.net/ หรือในเว็บไซต์ http://www.com-th.net/ เราก็สามารถทำได้ดังนี้
windows site:justuser.net หรือ
windows site:com-th.net
ผลลัพธ์ที่เราจะได้ ก็จะเกี่ยวข้องกับคำว่า windows ซึ่งมีอยู่ภายในเว็บไซต์ที่เราระบุไว้หลังคำว่า site: จะเห็นได้ว่าเราใช้การค้นหาคำเฉพาะ site และจุดคู่ : นี้ ช่วยให้เราทำการค้นหาเนื้อหาภายในหน้าเว็บไซต์ที่ต้องการ
การค้นหาโดยการใช้เครื่องหมายวรรคตอน อันนี้ก็เป็นสิ่งจำเป็นการค้นหา ซึ่งช่วยให้เราได้รับข้อมูลที่ดี ต่อไปนี้ขอยกตัวอย่างเกี่ยวกับการหาข้อมูลซึ่งนักท่องอินเตอร์เน็ตนิยม และเหล่ามือโปรแกรมจะชอบกัน เช่นการค้นหาซอฟทแวร์และแหล่งดาวน์โหลด การที่ดีนั้น ควรใช้การระบุคำที่สั้นๆและตรงเนื้อหามากที่สุด การใช้เครื่องหมายวรรคตอนต่างๆในที่นี้ สามารถทำการค้นหาประเภทนี้ได้เป็นอย่างดี
ในทีนี้ขอยกตัวอย่างการค้นหาโปรแกรม ACDSee เช่นระบุไปว่า ACDsee +:*.exe ;.rar ;.zip เป็นต้น และเรายังสามารถใช้คำสำคัญและเน้นในการระบุนั้น โดยใช้เครื่องหมายอัญประกาศ (” “) ดังตัวอย่างต่อไปนี้ “ACDsee v6″ +:*.exe ;.rar ;.zip” ก็จะเป็นการแน้นว่าทักผลการค้นหาต้องมีคำว่า “ACDsee v6″ นั่นเอง
ส่วนเครื่องหมายที่มีการระบุไป เช่น ดอกจัน ตรงนี้จะเป็นการบ่งบอกถึงความหมายส่วนขยายของไฟล์โปรแกรมนั้นเอง เช่น *.exe *.rar *.doc *.zip เป็นต้น
ที่มาจาก http://ashitastudio.multiply.com/journal/item/37
ส่วนตัวแล้ว
ชอบพิมพ์ชื่อเพลง หรือ ชื่อศิลปิน คู่กับ เวปฝากไฟล์
เช่น uploadtoday เป็นต้น ก็เจอพอสมควรนะครับ
ไปเจอบทความดีๆ เกี่ยวกับการหาเพลงบน google
เลยเก็บมาไว้เผื่อเป็นประโยชน์
ยังไงก็สนับสนุนผลงานของแท้นะครับ
เพื่อเป็นกำลังใจให้ศิลปินเค้าครับ..
(1) “parent directory ” /appz/ -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(2) “parent directory ” DVDRip -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(3) “parent directory “Xvid -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(4) “parent directory ” Gamez -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(5) “parent directory ” MP3 -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(6) “parent directory ” Name of Singer or album -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
หมายเหตุ ให้คุณเปลี่ยน คำที่ตามหลัง parent directory เช่น MP3 Gamez appz DVDRip เป็นสิ่งที่คุณอยากได้ แล้วก็ค้นหา คุณจะพบกับ ความมหัศจรรย์ใน Google
2.วิธีที่สอง พิมพ์คำต่อไปนี้ใน Google
?intitle:index.of? mp3
จากนั้นแค่เพิ่มชื่อ เพลง อัลบั้ม นักร้อง ลงไป เช่น ?intitle:index.of? mp3 myfavoritesongs
3.วิธีที่สาม พิมพ์คำต่อไปนี้ใน Google
inurl:micr0s0f filetype:iso
จากนั้น ก้อเปลี่ยน คำว่า micr0s0f กับคำว่า iso เป็นคำที่คุณต้องการ เช่น inurl:myc0mpany filetype:zip
Topic: การใช้ Google หา Program & MP3
แหล่งอ้างอิง : http://www.projectw.org/viewtopic.php?t=1484
01. ไปที่ www.google.com
02. ในช่องใส่ข้อความให้ใส่แบบตัวอย่าง เช่น หาโปรแกรม Winamp
“parent directory ” Winamp -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
03. กดปุ่มค้นหาแล้วรอเลือกผลลัพธ์ได้เลย
**************
ทีนี้เราจะมาดูกันว่า นอกจากการใช้คำค้นแบบธรรมดาแล้ว เรายังใช้เทคนิคในการค้นหาเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ดีใน Google อย่างไร??
การใช้เครื่องหมายทางคณิตศาสตร์ “+” และ “-”
ยกตัวอย่างเช่น “เนคเทค -คอมพิวเตอร์แห่งชาติ” จะเห็นว่าเราได้ใช้เครื่องหมายลบ “-” หน้าคำว่าคอมพิวเตอร์ ซึ่งกรณีนี้หมายถึง การระบุคำค้นโดยให้ตัดคำที่มีคือคำว่า “คอมพิวเตอร์แห่งชาติ” ออกไปนั่นเอง การแสดงผลลัพธ์จะอยู่ในรูปแบบอื่นที่เกี่ยวเนื่องเฉพาะคำ “เนคเทค” และส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง
หรืออีกกรณี “เนคเทค -คอมพิวเตอร์ +ไวรัส” เราได้เพิ่มคำค้นหา และเครื่องหมาย “+” ไว้หน้าคำว่า “ไวรัส” ก็จะเป็นการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวกับเนทเทคและไวรัส แต่ถ้าหากเราเอาเครื่องหมาย “-” ออกจากหน้าคำ “คอมพิวเตอร์” เป็น “เนคเทค คอมพิวเตอร์ +ไวรัส” เราก็ได้ผลลัพธ์อีกแบบหนึ่ง
ดังนั้นจะเห็นได้ว่า การใช้งานเครื่องหมาย “+” และ “-” ก็ช่วยให้เราได้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และตัดส่วนที่เราไม่ต้องการออกไปได้เช่นกัน
นอกจากนี้เรายังใช้คำต่อไปนี้ช่วยในการค้นหา และเครื่องหมายต่างๆได้เช่นกัน เช่น
คำว่า และ
คำว่า หรือ
คำว่า and
คำว่า or
เครื่องหมายนขลิขิตหรือวงเล็บ ( )
อัญประกาศ ” ”
จุลภาคหรือจุดลูกน้ำ ,
จุดคู่ :
อัฒภาคหรือจุดครึ่ง ;
เครื่องหมายบวก +
เครื่องหมายลบ -
เครื่องหมายคำถามหรือปรัศนี ?
ต่อไปเราจะมาดูถึงการเน้นการค้นหาแบบพิเศษ อาทิการค้นหาเนื้อหาภายในเว็บไซต์ที่เราต้องการ การค้นหาภายในเว็บไซต์นั้น เราสามารถใช้การค้นหาโดยมีการนำเครื่องหมายจุดคู่ ( : ) เข้ามาเกี่ยวข้อง และคำว่า “site” มารวมอยู่
ในที่นี้ของยกตัวอย่าง เช่น เราต้องการค้นหาคำว่า “windows” ในเว็บไซต์ http://www.justuser.net/ หรือในเว็บไซต์ http://www.com-th.net/ เราก็สามารถทำได้ดังนี้
windows site:justuser.net หรือ
windows site:com-th.net
ผลลัพธ์ที่เราจะได้ ก็จะเกี่ยวข้องกับคำว่า windows ซึ่งมีอยู่ภายในเว็บไซต์ที่เราระบุไว้หลังคำว่า site: จะเห็นได้ว่าเราใช้การค้นหาคำเฉพาะ site และจุดคู่ : นี้ ช่วยให้เราทำการค้นหาเนื้อหาภายในหน้าเว็บไซต์ที่ต้องการ
การค้นหาโดยการใช้เครื่องหมายวรรคตอน อันนี้ก็เป็นสิ่งจำเป็นการค้นหา ซึ่งช่วยให้เราได้รับข้อมูลที่ดี ต่อไปนี้ขอยกตัวอย่างเกี่ยวกับการหาข้อมูลซึ่งนักท่องอินเตอร์เน็ตนิยม และเหล่ามือโปรแกรมจะชอบกัน เช่นการค้นหาซอฟทแวร์และแหล่งดาวน์โหลด การที่ดีนั้น ควรใช้การระบุคำที่สั้นๆและตรงเนื้อหามากที่สุด การใช้เครื่องหมายวรรคตอนต่างๆในที่นี้ สามารถทำการค้นหาประเภทนี้ได้เป็นอย่างดี
ในทีนี้ขอยกตัวอย่างการค้นหาโปรแกรม ACDSee เช่นระบุไปว่า ACDsee +:*.exe ;.rar ;.zip เป็นต้น และเรายังสามารถใช้คำสำคัญและเน้นในการระบุนั้น โดยใช้เครื่องหมายอัญประกาศ (” “) ดังตัวอย่างต่อไปนี้ “ACDsee v6″ +:*.exe ;.rar ;.zip” ก็จะเป็นการแน้นว่าทักผลการค้นหาต้องมีคำว่า “ACDsee v6″ นั่นเอง
ส่วนเครื่องหมายที่มีการระบุไป เช่น ดอกจัน ตรงนี้จะเป็นการบ่งบอกถึงความหมายส่วนขยายของไฟล์โปรแกรมนั้นเอง เช่น *.exe *.rar *.doc *.zip เป็นต้น
ที่มาจาก http://ashitastudio.multiply.com/journal/item/37
ส่วนตัวแล้ว
ชอบพิมพ์ชื่อเพลง หรือ ชื่อศิลปิน คู่กับ เวปฝากไฟล์
เช่น uploadtoday เป็นต้น ก็เจอพอสมควรนะครับ
Thursday, November 15, 2007
เตรียมตัวตายกันหรือยัง
สำหรับผม
ผมยึดหลัก อปมาโท ไม่ประมาท ตามคำสอนเลยครับ
คิดดูดีดี....ช้าเร็ว เราทุกคนก็กำลังเดินไปสู่ความตายทั้งนั้น
เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ความตายนี้มาถึงเราแน่ในสักวัน
คุณรู้ไหมว่าวันนั้นคุณจะตาย
ถ้าคุณรู้ คุณอยากจะตายอย่างไร
ตายในสภาพจิตพร้อม หรือขณะทุรนทุรายไม่อยากตาย
หรือจิตปนกิเลส
เป็นผมพร้อมได้ขนาดไหนก็ทำให้ได้ขนาดนั้น
ที่ปฏิบัติมาก็เพื่อวินาทีไม่กี่วินาทีนี้แหละ
ปุบปับเกิดขึ้น ความตายมาถึงแล้ว
สติคุณพร้อมมั้ย สมาธิทันมั้ย
ในหนึ่งอึดใจ คุณจะนิ่งพอไหม
ในเวลาเท่านั้น
คุณจะตั้งอยู่ในสมาธิในลำดับที่คุณฝึกมาได้หรือปล่าว
จิตพิจารณาทันไหม
คุณไม่รู้ และไม่มีโอกาสตั้งหลักง่ายๆหรอก
แต่ถ้าทุกวินาทีคุณชินอยุ่กับการรักษาสมาธิ รู้ตัว รู้ตื่น รู้ทัน
เวลาฉับพลันนั้นคุณก็พร้อมจะไป...
ผมไม่รู้จะกลัวความตายทำไม ในเมื่อเราหนีมันไม่พ้นยังไงก็เจอ
ถ้าทุรนทุราย คิดว่าไม่พร้อมจะตาย
มันจะช่วยอะไรได้ ถ้าจะต้องตาย
วินาทีนั้นสำคัญนะครับ
ฝึกมาดีเท่าไหนก็พลาดได้ ถ้าประมาท
มรณานุสติ หรือ อปมาโท เป็นอาวุธสุดท้ายที่เราจะต้องใช้ในเวลานั้นครับ
Subscribe to:
Posts (Atom)
